กต. เตือน เมียนมาออก กม. ปราบแก๊งคอลฯ ใหม่ โทษสูงสุดประหารชีวิต
เมื่อผู้ต้องหาเดินทางจากอาเซียนถึงไต้หวัน ก็ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปสอบสวนทันที ที่ผ่านมา ชาวไต้หวันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพในต่างแดนส่วนใหญ่ มักจบลงด้วยการถูกส่งตัวกลับประเทศ แต่ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเตือนว่า เมียนมาออกกฎหมายใหม่ ผู้ที่ไปทำงานหลอกลวงต้มตุ๋นในเมียมมา อาจเจอโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
==เซียวกวงเหว่ย//โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน (8 ก.ย.)==นี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเมียนมาลงโทษเด็ดขาดกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การทรมานในนิคมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงอาชญากรรมเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีนอกจากจะมีผลบังคับใช้กับผู้กระทำความผิดที่เป็นชาวต่างชาติแล้วผู้ฝ่าฝืนยังมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต
ย้อนไปในปี พ.ศ. 2565 มีชาวไต้หวันถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หลายคนหลงเชื่อโฆษณารับสมัครงาน จนถูกล่อลวงไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา และตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แต่หลังภาครัฐประชาสัมพันธ์เตือนภัย ตัวเลขเหยื่อก็ลดลงอย่างชัดเจน ทำให้ในตอนนี้ คนที่เดินทางไปส่วนใหญ่ เป็นพวกที่รู้ทั้งรู้ว่าผิดแต่ก็ยังไป
==กัวเชี่ยนอิ่ง // รอง ผบก. ฝ่ายคดีอาญาระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีอาญาไต้หวัน==พูดไม่ได้เต็มปากว่าไม่มีคนที่ถูกหลอกไปเลยส่วนใหญ่ รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะไปทำงานในธุรกิจสีเทา
ไม่ใช่แค่เมียนมา รัฐบาลไทยเริ่มใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น พร้อมปรับปรุงนโยบายการเข้าเมืองใหม่
นักวิชาการวิเคราะห์ว่า หลังหลายประเทศยกระดับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างหนัก ทำให้การไปก่ออาชญากรรมในต่างแดนในอนาคต มีโอกาสถูกลงโทษหนักขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ยังคงได้รับแจ้งว่า มีชาวไต้หวัน 3 ราย ไปพัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ซึ่งขณะนี้ ถูกทางการเมียนมา ฟ้องดำเนินคดีแล้ว
新聞來源:https://news.pts.org.tw/article/826257